เปิดตำนาน…ขุนแผนแขนอ่อน ลงชาด สีน้ำตาลเข้มอมดำ ดุดันในแบบที่ไม่ค่อยมีใครนำมาลงให้ชมกันตามสื่อ

 ถ้าจะกล่าวถึงพระขุนแผน…ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงต้นตำรับพระขุนแผนที่มีชื่อเสียง และคงหนีไม่พ้น พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล

แต่องค์นี้เป็น พระขุนแผนเคลือบ ลงรักชาดปิดทอง พิมพ์แขนอ่อน กรุวัดบ้านกลิ้ง




คำว่า “แขนอ่อน” สำหรับองค์นี้ ผมรู้สึกว่าอ่อนสมชื่อจริง ๆ จนกระทั่งทำให้ผู้เขียนเองหลงใหลในความอ่อนช้อย สะบัดพริ้วไหวของแขน หรือพระกรทั้งสองข้าง


มองแล้วรู้สึกถึงความอ่อนพริ้ว จนบางครั้งส่องไปก็เคลิ้มตาม และอดทึ่งไม่ได้ว่า ช่างในยุคนั้นแกะแม่พิมพ์ออกมาได้ละเอียดขนาดนี้ได้อย่างไร


บางครั้งตัวผู้เขียนเองยังนึกย้อนกลับไปถึงสมัยเรียนหนังสือ กว่าจะฝึกให้ตัวหนังสือสวยงามได้ ต้องตั้งใจเขียนวันแล้ววันเล่า ใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาจนกลายเป็นลายมือที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง


พอตัดภาพกลับมาที่ช่างแกะแม่พิมพ์พระขุนแผนแขนอ่อนองค์นี้ ภาพในหัวมันบอกเลยว่า…




ต้องเป็นช่างระดับไหน ถึงจะแกะลายเส้นได้ละเอียดและมีน้ำหนักขนาดนี้ 


คิดไปถึงช่างสิบหมู่กันเลยทีเดียว 😆😇


เพราะการแกะลายเส้นในระดับนี้ นอกจากต้องอาศัยการฝึกฝนและความชำนาญแล้ว ที่สำคัญคือเรื่องของ สมาธิ


ช่างต้องนิ่ง ต้องใจเย็น และควบคุมน้ำหนักของมือได้ดีมาก จึงจะทำให้ลายเส้นที่นูนออกมามีน้ำหนักและความพลิ้วไหวได้สวยเสมอกันถึงขนาดนี้


สำหรับตัวผมเอง พอได้ส่องรายละเอียดตรงนี้ ก็พอจะเข้าใจได้เลยว่า ฝีมือระดับนี้ต้องผ่านการฝึกฝนมาไม่น้อยจริง ๆ


และมีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เป็นประสบการณ์จริงจากผู้เขียนเองที่อยากเล่าให้ฟัง…


ประมาณปี พ.ศ. 2557 มีพี่ชายท่านหนึ่งเปิดร้านหมูกระทะ แกเห็นพระขุนแผนแขนอ่อนของผม ซึ่งตอนนั้นแขวนอยู่หน้ารถ


พี่แกมองอยู่พักหนึ่งแล้วถามว่า…


“พี่ให้ผมบูชาไหมครับ ผมอยากได้”


ผมก็ถามกลับไปว่า…


“พี่รู้ไหมว่าพระอะไร แล้วทำไมถึงอยากได้?”


ด้วยความขี้สงสัยของผมเอง ก็เลยถามแบบนั้น 😇😊


พี่แกตอบว่า…


“ผมไม่รู้เรื่องพระมากเท่าไหร่ แต่เห็นองค์นี้แล้วผมชอบ มันถูกใจ ดูแล้วเก่า และน่าจะเข้มขลังดี”


ผมยิ่งสงสัยเข้าไปอีก


เอ๊…คนไม่รู้เรื่องพระ แล้วบอกว่าพระสวย ดูเข้มขลังดี มันมีด้วยเหรอ? 😇


ผมยิงคำถามสั้น ๆ ตรงประเด็นเลยว่า…


“ถ้าพี่ดูพระไม่เป็น แล้วรู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้สวยงาม?”


พี่แกตอบสั้น ๆ ว่า…


“ผมเคยเรียนศิลปะมา แค่ผมเห็นลายเส้นแบบนี้ ผมก็รู้ว่าเป็นพระเก่า เป็นศิลปะสมัยอยุธยา”


พอสิ้นคำตอบเท่านั้นแหละครับ…


ผมขนลุกเลยนะ…อั๊ยยะ! 😇


ผู้รู้…ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น ๆ เสมอไป


แต่ถ้ารู้เพียง “ศิลปะ” ที่เกี่ยวเนื่องกัน ก็สามารถมองเห็นรายละเอียดบางอย่างและให้คำตอบภายในใจได้ ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องพระเครื่องมากนัก




สำหรับผม เรื่องนี้ทำให้เข้าใจรายละเอียดของพระได้ลึกซึ้งขึ้นอีกอย่างหนึ่ง


นี่แหละครับ…ความรู้


บางครั้งแทบไม่ต้องอธิบายอะไรต่อเลย


แต่ผมก็ไม่ได้แบ่งพระองค์นี้ให้พี่เขาไปบูชา เพราะตอนนั้นยังแขวนอยู่หน้ารถ และพระองค์นี้เองก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์เฉียดตายที่ผมมองว่าเป็นเรื่องราวที่น่าเล่าต่อ


เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังในบทความต่อไปนะครับ 🙏


เพราะถ้าเล่าต่อในบทความนี้ เกรงว่าจะยาวเกินไปเสียก่อน


องค์จริง…หยิบมาเล่า

ศึกษาจากองค์จริง และเล่าตามเรื่องราวที่พบเจอ


📖 เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ


เพราะพระทุกองค์ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา


— TeeRelic Siam


เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง

และประสบการณ์จากการสะสม

ความคิดเห็น