หยิบมาเล่า…จากองค์จริง พระขุนแผนเคลือบ พิมพ์แขนอ่อน กรุวัดบ้านกลิ้ง

​หยิบมาเล่า…จากองค์จริง


พระพิมพ์เดียวกัน ทำไมรายละเอียดปลีกย่อยของธรรมชาติถึงแตกต่างกัน




อันดับแรก เราควรจดจำคำว่า “พิมพ์” และจดจำลักษณะของพิมพ์ให้แม่นยำก่อน เปรียบเหมือนการที่เราจดจำรูปลักษณ์ของสิ่งต่าง ๆ จนเกิดความเคยชินและความชำนาญ


จากนั้น เราค่อยมาดูองค์ประกอบโดยรวมว่า ในพิมพ์นั้น ๆ มีอะไรเป็นจุดเด่น และมีจุดใดที่ควรมีอยู่ในพิมพ์ โดยจุดนั้นควรมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด


ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ เราค่อยดูจาก องค์จริงเป็นหลัก เพื่อพิจารณาตามความเป็นจริงของพระแต่ละองค์


ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานตรงนี้แล้ว การดูพระกรุก็ไม่ยากอีกต่อไป


ความรู้และประสบการณ์จริงจึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้โดยแท้ โดยไม่ต้องสงสัย


แต่ปัญหาคือ… เราจะหาองค์จริงที่เป็นองค์ครูได้จากที่ไหน?


นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหา


แต่อย่าเพิ่งคิดว่า เมื่อเราไม่มีองค์จริงให้ศึกษาแล้ว เราจะศึกษาอะไรไม่ได้เลย เราสามารถมาดูองค์จริงที่นำมาเล่าใน TeeRelic Siam ไปก่อนได้ แล้วถ้าในโอกาสต่อไปเราเจอพระองค์อื่น หรือได้พบองค์จริงจากผู้ที่เราเชื่อถือได้ ก็ค่อยจดจำลักษณะและรายละเอียดเอาไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อไป


เรื่องจริงกับเรื่องที่คิด ต่างกันอย่างไร?


เรื่องจริง คือ องค์พระจะบอกเรื่องราวต่าง ๆ ขององค์นั้นไว้ให้เราเห็น


ส่วน เรื่องที่คิด อาจไม่ได้เป็นจริงอย่างที่เราคิดไว้เสมอไป


เหมือนพระขุนแผนเคลือบ พิมพ์แขนอ่อนองค์ที่นำมาให้ชมองค์นี้


ก่อนหน้านี้ ความคิดของผู้เขียนเองก็คิดว่า หลังจากที่แทะคราบกรุออกแล้ว พระน่าจะแตกสังคโลกแบบถี่ ๆ น้ำยาเคลือบน่าจะหนา ๆ เส้นพระกรรณ ตา หู จมูก น่าจะคม ต้องโด่ง และองค์พระน่าจะสงบสมบูรณ์ 100% รวมถึงมีความคิดอีกมากมายตามมา…บลา ๆ 😆


แต่พอแทะคราบกรุออกมาแล้ว ความจริงก็ปรากฏให้เห็นเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่คิดเอาไว้


นี่แหละครับ เรียกว่า ความจริงไม่ตรงกับความคิด


สิ่งที่เราควรตระหนักรู้อยู่เสมอคือ ไม่ว่าพระหลังจากแทะคราบกรุออกมาแล้วจะปรากฏสภาพอย่างไร เราต้องยอมรับความจริงตามนั้น เพราะเราไม่สามารถทำให้องค์พระเป็นไปตามความคิดของเราได้


สุดท้าย สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือ


ธรรมชาติสร้างสรรค์ แต่พิมพ์ทรงคือมนุษย์สร้างขึ้นมาเอง 😊☺️🙏


เราต้องยอมรับความจริงแบบนี้ แล้วความสุขก็ตามมาเอง


ส่องไป วิเคราะห์ไป จิตใจก็สงบไปเองครับ 🙏


ด้านหน้าองค์นี้ เป็นองค์เดียวกันกับองค์แรกด้านบน แต่ถ่ายให้มีมุมแสงเพื่อจะได้เห็นผิวเหลือบรุ้ง เพื่อจะได้พิจารณาเป็นองค์ประกอบในการวิเคราะห์




โดยรวมแล้ว หลังจากแทะคราบกรุออกมา ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์มากอยู่


เส้นสายของพิมพ์ รูปพระพักตร์ พระนาสิก และองค์ประกอบโดยรวมขององค์พระ มีความสวยสง่าและเด่นชัด


คราบดำ แผ่นทอง และคราบไขสีขาว ก็ยังอยู่เป็นชั้น ๆ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน


ส่วนคราบกรุที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงทำให้การแทะคราบต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก





บทวิเคราะห์จากประสบการณ์ของผู้เขียน


การที่เราจะเข้าใจเรื่องพิมพ์ทรง ศิลปะ และรายละเอียดของพระกรุพิมพ์หนึ่ง ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง มันไม่ได้แค่ส่องแล้ววางไว้เฉย ๆ นะครับ 😇


มันต้อง ตั้งคำถาม ค้นหา เปรียบเทียบ และวิเคราะห์ในแต่ละจุด จนเกิดความชำนาญ


ใช้เวลาหลายปีมาก กว่าจะตกผลึกในเรื่องธรรมชาติและศิลปะการสร้าง


แต่พอเราเข้าใจแล้ว มันกลับง่ายมาก


บางครั้งแค่เห็นภาพ ก็รู้และมองออกได้แบบอัตโนมัติ เพราะประสบการณ์ที่สะสมมานานได้กลายเป็นความเข้าใจอยู่ในตัวเราแล้ว


ส่วนด้านหลัง


ผู้เขียนขอไม่อธิบายมากนัก เพราะคราบกรุแทะออกได้ยาก เกรงว่าพระจะเกิดความเสียหายได้ เนื่องจากองค์พระค่อนข้างบาง แต่มีความแข็งแกร่งมากอยู่





จึงขอให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาด้านหลังตามอัธยาศัย และตามภูมิความรู้ของท่านเองเทอญ 🙏

📖 เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ


เพราะพระทุกองค์ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา


— TeeRelic Siam


เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง

และประสบการณ์จากการสะสม

ความคิดเห็น