“สิบปากว่า…ไม่เท่าตาเห็น จริงหรือ…??? พระขุนแผนเคลือบ คราบกรุเดิม วัดบ้านกลิ้ง

​สิบปากว่า…ไม่เท่าตาเห็น จริงหรือ…???

สิบปากว่า…ไม่เท่าตาเห็น
สิบตาเห็น…ไม่เท่ามือคลำ 😎

เอาล่ะ…วันนี้เรามาพิสูจน์กันด้วยองค์จริง ไม่ต้องรีบเชื่อใคร 😎🔍

ด้านหน้า

พอเปิดฉากออกมา ต้องร้องว่า…

เฮ้ย! นี่มันคืออะไรกันเนี่ย…😳
ใครไปเอาปูนมาฉาบไว้บนพระขุนแผน..???

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปเลยนะ มันเป็นความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นสภาพแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

ผู้เขียนเองก็เป็นสายขี้สงสัย และถ้าสงสัยแล้วก็ต้องค้นให้สุด มันต้องมีคำตอบ แต่ในตอนนั้นยังไม่มีคำตอบจากใครเลย ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน

อย่าเพิ่งเอะอะไปเลยนะ…

เสียงข้างในบอกกับตัวเองแบบนั้น 😇

ผมสงสัยเรื่องนี้อยู่นานพอสมควร ประมาณปี พ.ศ. 2552–2554 ก่อนผู้เขียนจะเดินทางไปต่างประเทศ

เหมือนมีอะไรบางอย่างมาดลบันดาลใจก็ไม่รู้ วันหนึ่งหลังเลิกงาน ผมก็เอาพระองค์นี้มาส่องหาเหตุผลตามปกติ

อยู่ ๆ ก็มีนายช่างใหญ่ท่านหนึ่ง ชื่อ อาจารย์โย ท่านเคยขับรถเดินทางไปหลายจังหวัดเพื่อติดต่อลูกค้าอยู่เป็นประจำ

วันนั้นท่านมาเจอผมกำลังส่องพระอยู่พอดี

ท่านถามว่า

“นั่งส่องพระเหรอหนุ่ม”

ผมก็ตอบครับ แบบไม่ค่อยสนใจคนถามสักเท่าไหร่ 😇

ก็ในเวลานั้นจิตใจมันช่างว้าวุ่นอยู่กับความสงสัยเรื่องคราบที่ติดอยู่กับพระขุนแผนเคลือบ

สักพักท่านอาจารย์ก็ถามขึ้นว่า

“ผมขอส่องบ้างได้ไหม…???”

ผมก็ตอบว่า

“ได้สิครับ”

สักพักท่านก็ส่องไปมา แล้วก็พูดว่า…

“พระนี่ผมมองไม่เห็นเลยนะ ไม่รู้เป็นพระอะไร ผมก็เป็นคนชอบพระเครื่องนะ แต่ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องความเป็นมาสักเท่าไหร่

แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคุณคือ… นี่เป็นพระกรุแท้เลยนะ”

พอได้ยินแค่คำว่า “พระกรุแท้” หูผมนี่ตั้งเลยนะ 😳

มันงงตรงที่ว่า…

ไม่มีความรู้เรื่องพระ แล้วบอกว่าพระแท้เนี่ยนะ…???

เฮ้ย…นี่อาจารย์จะมาเล่นมุกไหนอีกน้อง 😇🤣

ผมคิดในใจ…

แต่ก็ถามแบบใจจดใจจ่อ เพราะอยากจะรู้ความจริงให้ได้

“ไหน ๆ อาจารย์เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ ไม่เคยรู้เรื่องพระ ทำไมถึงกล้าบอกว่าพระองค์นี้เป็นพระกรุแท้?”

อาจารย์โยเล่า

“จากประสบการณ์ของผมที่เคยเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยครั้ง มีครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ไปเจอชาวบ้านและผู้คนจำนวนมาก ไปช่วยกันเอาพระขึ้นมาจากกรุในเจดีย์อะไรสักแห่ง

ผู้เขียนจำชื่อวัดไม่ได้แล้ว มันนานมากแล้ว…

ต่อ ๆ

พอขออนุญาตเขาเข้าไปดู อาจารย์โยเล่าว่า…

มันแปลกมากนะ พระที่เอาขึ้นมามีแต่ดินโคลนละเอียด แต่ไม่ใช่โคลนตม ดูคล้าย ๆ ปูนซีเมนต์ผสมน้ำเหลวนี่แหละ

พอเอาขึ้นมากองเรียงกันไว้สักพัก พอเนื้อโคลนนั้นถูกอากาศ มันแห้งตัวอย่างรวดเร็ว คล้าย ๆ ปูนที่แห้งแล้วใหม่ ๆ เลยนะ

ดูเหมือนองค์นี้เลย ชัดเจนมาก

ผมจำลักษณะนี้ได้แม่น ติดตาผมเลยจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

ผมถึงมั่นใจและกล้าพูดว่าเป็นพระกรุแท้…

ถึงแม้ผมจะดูพระไม่ค่อยเก่ง แต่เห็นคราบกรุแบบนี้ ผมรู้เลยว่าแท้แน่นอน”

อาจารย์โยยืนยันกับผู้เขียนแบบนั้นจริง ๆ

ปัญหาคือ…

แกจะมาขอแบ่งจากผมนี่แหละ 🤣

ผมนี่ใจหายไปพักใหญ่เลย

“ผม…เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันใหม่นะครับ”

ผมก็รีบเปลี่ยนเรื่องไปก่อน

เดี๋ยวผมจะใจอ่อน เสียของรักไป 😇😀

บทสรุป

ในบางครั้ง คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง

แต่ถ้ามีความรู้อีกเรื่องหนึ่ง ก็สามารถนำมาเชื่อมโยงกับอีกเรื่องได้อย่างลงตัว

เหมือนกับเรื่องคราบกรุที่ผมนำมาถ่ายทอดให้ฟังนี่แหละครับ

ถ้าใจอ่อนในวันนั้น ผมก็คงไม่มีภาพถ่ายในวันนี้ให้หลาย ๆ คนได้ศึกษาแน่นอน

นั่นเป็นบุญในบุญของผมจริง ๆ 🙏

และสิ่งที่เห็นในเห็นก็คือ เรื่องเล่าจากคราบกรุที่อาจารย์โยเอามาเล่าให้ฟัง จนผมหายสงสัยในเวลานั้น

“แต่ทั้งหมดนี้…ต้องเริ่มจากการศึกษาจากองค์จริง” 🔍😎

📖 เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ
เพราะพระทุกองค์ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา

— TeeRelic Siam
เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง
และประสบการณ์จากการสะสม


ความคิดเห็น