9 ปีแห่งการรอคอย…กลับคืนสู่รัง พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดบ้านกลิ้ง
9 ปีแห่งการรอคอย…กลับคืนสู่รัง
พระขุนแผนเคลือบ…

ทำไม…ผู้เขียนถึงได้เกริ่นนำเรื่องด้วยประโยคนี้?
ก็เพราะพระขุนแผนเคลือบองค์นี้ มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลังที่ผู้เขียนเองยังจำได้ดี
พระองค์นี้เคยอยู่ในการเก็บรักษาของผมมาก่อน แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง ทำให้ผมต้องปล่อยให้พระอยู่กับคนอื่นเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่วันหนึ่งผมจะตัดสินใจออกตามหา และพากลับคืนมาไว้ในการครอบครองของตัวเองอีกครั้ง
ปฐมเหตุแห่งการรอคอย
ย้อนกลับไปในวันนั้น…
ผมเคยนำพระขุนแผนเคลือบองค์นี้ไปให้นายช่างทองคนหนึ่งดู ชื่อ นายช่างอ๊อด ซึ่งในอดีตเคยเป็นช่างเจียระไนทอง
หลังจากนายช่างได้พิจารณาพระอยู่พักใหญ่ เราก็คุยกันอยู่นานพอสมควร จนผมเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว จึงขอตัวกลับบ้าน
แต่ก่อนที่ผมจะกลับ นายช่างกลับพูดขึ้นมาว่า…
“ทำอย่างไรดี…ฉันอยากได้พระองค์นี้เก็บไว้บูชา”
ผมจึงบอกไปว่า
“ถ้าอยากได้จริง ๆ ก็ลองอธิษฐานเอาสิ เผื่อท่านอยากไปอยู่ด้วย ท่านศักดิ์สิทธิ์นะ”
แล้วผมก็พูดต่อว่า อีกไม่นานผมเองก็ต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว
“แล้วแต่บุญวาสนาของพี่ก็แล้วกัน”
จากนั้นนายช่างจึงขอเก็บพระองค์นี้ไว้ก่อนสักคืนสองคืน ผมก็ตอบตกลง เพราะไม่ได้คิดอะไร
แต่ผมกำชับไว้ชัดเจนว่า
“ห้ามแกะหรือแทะคราบกรุอีกนะ ให้อยู่ในสภาพเดิม ๆ ก่อน เพราะผมกลัวพระจะแตก พี่ยังไม่ชำนาญพอที่จะทำการแทะล้าง”

นายช่างก็ตอบว่า
“โอเค ตกลงตามนั้น”
หลังจากนั้นผ่านไปหลายวัน ผมก็ลืมเรื่องนี้ไป
เวลาผ่านไปหลายเดือน จนผมเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล และเมื่อกลับมาพักที่ประเทศไทย เรื่องพระองค์นี้ก็ยังไม่ได้อยู่ในความคิดผมมากนัก
จากนั้นเวลายิ่งผ่านไปอีก จนผมเดินทางไปทำงานที่ไต้หวันอยู่นานถึง 6 ปี
กระทั่งกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง…
อยู่ ๆ ผมก็นึกถึงพระขุนแผนองค์นี้ขึ้นมา
“เอ๊ะ…พระที่เคยให้นายช่างอ๊อดเก็บไว้บูชา ยังอยู่หรือเปล่านะ?”
ตอนนั้นเองผมจึงนึกขึ้นได้ว่า พระองค์นี้ยังไม่ได้มีการตกลงเช่าหรือซื้อขายอะไรกันตั้งแต่แรก เป็นเพียงพระที่ผมเคยเก็บรักษาไว้เอง และฝากให้นายช่างเก็บไว้บูชา
ผมจึงตัดสินใจขับรถไปหานายช่างทันที
ไม่ได้โทรนัดล่วงหน้าอะไรทั้งนั้น
ในใจตอนนั้นมีอยู่เรื่องเดียว…
กลัวพระจะแตกหรือชำรุดไปเสียก่อน
พอไปถึง โชคดีมากครับ นายช่างอยู่บ้านพอดี
ผมยังคิดในใจอยู่เลยว่า…
“พระที่ให้เก็บไว้เมื่อหลายปีก่อน จะยังเหลืออยู่ไหมหนอ?”
แต่ตอนแรกผมก็ไม่ได้ถามเรื่องพระทันที เราคุยกันเรื่องทั่วไปตามปกติอยู่พักหนึ่ง
จนในที่สุดผมก็เข้าเรื่อง
“พระที่ผมให้พี่เก็บไว้ ยังอยู่ไหม?”
นายช่างมองหน้าผม แล้วก็ยิ้มก่อนตอบว่า…
“ยังอยู่”
แค่ได้ยินคำนี้ ผมก็โล่งใจไปกว่าครึ่งแล้วครับ 😇
จากนั้นนายช่างก็เล่าให้ฟังว่า…
พี่ได้แทะคราบด้านหน้าออกไปส่วนหนึ่งแล้ว
ตอนแรกพี่ลองแช่น้ำทิ้งไว้หลายวัน คิดว่าคราบน่าจะหลุดออก แต่ปรากฏว่าคราบยังติดแน่นอยู่กับองค์พระเหมือนเดิม ไม่ยอมหลุดออกง่าย ๆ
สุดท้ายจึงค่อย ๆ แทะเฉพาะส่วนที่สามารถทำได้ และทำอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวพระจะแตก
พอผมได้เห็นองค์พระกับตาตัวเองเท่านั้นแหละครับ…
โล่งใจเลย
ตอนแรกผมนึกว่าผ่านมาตั้งหลายปี พระองค์นี้อาจจะแตกหรือชำรุดไปแล้วเสียอีก 😇
แต่วันนี้พระยังอยู่
แม้สภาพจะเปลี่ยนไปจากวันที่ผมฝากเอาไว้ แต่เรื่องราวของมันกลับเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
เวลาผ่านไปตั้ง 9 ปี…
ความรู้สึกตอนที่ได้เห็นพระอีกครั้ง กลับเร็วมาก เหมือนเพิ่งจากกันไปไม่นาน
และในที่สุด…
พระขุนแผนเคลือบองค์นี้ ก็ได้กลับคืนสู่รังอีกครั้ง
กลับมาอยู่ในการครอบครองของผมอีกครั้ง
จากพระองค์หนึ่งที่เคยฝากไว้เพียงคืนสองคืน…
กลายเป็นการรอคอยที่กินเวลาถึง 9 ปี
วันนี้จึงไม่ใช่แค่การได้พระกลับคืนมา
แต่เป็นการได้ เรื่องราวของพระองค์เดิมกลับมาด้วย
องค์จริง…หยิบมาเล่า
เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ…
— TeeRelic Siam
เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง และประสบการณ์จากการสะสม
#TeeRelicSiam #หยิบพระมาเล่า #ศึกษาจากองค์จริง #พระขุนแผนเคลือบ #วัดบ้านกลิ้ง #พระเครื่อง #พระกรุ #ของสะสม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น