ส่วนของด้านหน้า ของขุนแผน พิมพ์ แขนอ่อนกรุวัดบ้านกลิ้ง
***...ตามตำราการสร้างพระขุนแผนเคลือบ สมัยโบราณกาล การเคลือบนํ้ายาสีเขียว นั้นหมายถึง วรรณะ ของผู้ทรงศีล...
เมื่อพิจารณาองค์พระอย่างละเอียด จะเห็นเส้นสายและรายละเอียดต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นพิมพ์ทรง ซึ่งในมุมมองของผม สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การศึกษาพระเครื่องต้องอาศัยทั้งการสังเกตและการเปรียบเทียบ
ในสมัยก่อน การสร้างพระเครื่องต้องอาศัยความรู้หลายด้าน ทั้งเรื่องพิมพ์ทรง วัสดุที่ใช้ในการสร้าง ตลอดจนขั้นตอนและพิธีกรรมตามความเชื่อของผู้สร้างในแต่ละยุคสมัย
เพราะฉะนั้น เวลาศึกษาพระเครื่อง ผมจึงไม่ได้มองเพียงแค่ความสวยงามขององค์พระ แต่พยายามมองไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสร้างและกาลเวลาที่ผ่านมาด้วย
สีเขียวและแผ่นทองเปลว
ตามตำราเก่าที่ผมเคยศึกษา มีการกล่าวถึงการเคลือบน้ำยาสีเขียวในพระขุนแผนเคลือบ และมีการอธิบายความหมายที่เกี่ยวข้องกับวรรณะของผู้ทรงศีล
ส่วนแผ่นทองเปลวที่ปรากฏอยู่บนองค์พระ หากสังเกตให้ดี จะเห็นลักษณะของทองที่มีสีเหลืองนวล และมีบางส่วนยังคงปรากฏให้เห็นอยู่บนองค์พระ
เรื่องของทองเปลวและคราบกรุ เป็นรายละเอียดที่ผมสนใจมานาน เพราะผมอยากทำความเข้าใจว่าธรรมชาติของพระที่ผ่านกาลเวลามานั้นเกิดขึ้นอย่างไร
ดังนั้น สิ่งที่ผมนำมาให้ชม จึงไม่ได้ต้องการให้ใครเชื่อจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้คนที่สนใจได้ดูภาพและพิจารณาตามความรู้ของแต่ละคน ด้านหลังขององค์พระกับข้อสงสัยเรื่องธรรมชาติอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจมากคือบริเวณด้านหลังขององค์พระ 
ลักษณะที่ปรากฏทำให้ผมนึกถึงการดันตัวของอากาศหรือออกซิเจนในโคลนตมตามธรรมชาติ ถ้าใครเคยสังเกตบริเวณโคลนตามหนองน้ำ หรือบริเวณที่มีควายนอนอยู่ในโคลน จะเห็นลักษณะของโคลนที่ละเอียด และเมื่อมีอากาศดันตัวขึ้นมา ลักษณะที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่เห็นอยู่ด้านหลังของพระองค์นี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข้อสงสัยและการเปรียบเทียบจากสิ่งที่ผมเคยสังเกตเห็น ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับผม การศึกษาพระเครื่องจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ให้กับคำถามอยู่เสมอ เพราะบางครั้งคำถามหนึ่งคำถาม อาจพาเราไปพบกับความรู้ใหม่ได้ การทดลองจากข้อสงสัยในตำรา เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง แต่จำชื่อหนังสือไม่ได้ ในหนังสือมีการกล่าวถึงวิธีทดลองเกี่ยวกับพระที่เพิ่งแตกออกมาจากกรุใหม่ ๆ โดยให้นำพระลงไปแช่ในน้ำสะอาด แล้วสังเกต สิ่งที่เกิดขึ้น ตามที่หนังสือเล่าไว้ จะมีฟองอากาศผุดขึ้นมาจากองค์พระเป็นจำนวนมาก ลักษณะคล้ายฟองเบียร์ ฟองโซดา หรือฟองน้ำอัดลม ตอนอ่านครั้งแรก ผมก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า แล้วเราจะไปหาพระที่เพิ่งแตกออกมาจากกรุใหม่ ๆ ได้จากที่ไหน เพื่อทดลองดูด้วยตัวเอง? คำถามนี้อยู่ในใจผมมาหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดบ้านกลิ้งมา และแทนที่จะไปถามเซียนหรือผู้รู้ ผมกลับนึกถึงสิ่งที่เคยอ่านในหนังสือขึ้นมา ผมหยิบแก้วสะอาดมาหนึ่งใบ เตรียมน้ำสะอาด และอุปกรณ์ที่พอจะช่วยตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนั้นยอมรับเลยครับว่าใจสั่นและจดจ่อมาก เพราะผมกำลังจะทดลองสิ่งที่เคยอ่านจากตำรา ว่าสิ่งที่เขียนเอาไว้นั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เมื่อผมจุ่มพระขุนแผนเคลือบ พิมพ์แขนอ่อน หน้าตั๊กแตน ลงไปในแก้วเป็นองค์แรก ผลที่เห็นคือมีฟองอากาศผุดขึ้นมาจากองค์พระเป็นจำนวนมาก ผมตกใจมาก จนในตอนนั้นคิดไปว่าต้องรีบนำพระออกจากน้ำ เพราะกลัวว่าจะเกิดความเสียหายกับองค์พระ เมื่อหยิบพระออกมาแล้ว ผมนำกล้องส่องพระมาตรวจดูอีกครั้ง ปรากฏว่าองค์พระยังเป็นปกติ ไม่มีความเสียหายที่ผมสังเกตเห็นได้จากการทดลองครั้งนั้น เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับตัวเอง นั่นคือคำว่า “สัจจะ” — ความจริง ไม่ใช่ความจริงที่เกิดจากการเชื่อใครคนหนึ่ง แต่เป็นความจริงที่เราพยายามค้นหา ด้วยการอ่าน การตั้งคำถาม การสังเกต และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง ศึกษาพระด้วยคำถาม ไม่ใช่เพียงคำตอบ หลังจากวันนั้น ผมยิ่งรู้สึกว่าการศึกษาพระเครื่องไม่มีคำถามไหนที่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะเรายังตอบไม่ได้ บางครั้งเราอาจสงสัยในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม บางครั้งเราอาจพบคำตอบจากหนังสือ และบางครั้งคำตอบอาจมาจากการกลับไปมององค์พระจริง ๆ ด้วยตัวเอง ผมจึงไม่เคยมองว่าการศึกษาองค์พระต้องเริ่มต้นจากการถามว่า “ใครเป็นคนบอก” แต่ผมมักเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “สิ่งที่เราเห็น เกิดขึ้นได้อย่างไร?” จากนั้นจึงค่อยค้นคว้า เปรียบเทียบ และหาคำตอบกันต่อไป บทความนี้เป็นการนำองค์พระองค์เดิมจากบันทึกเก่ากลับมาถ่ายภาพใหม่ และกลับมาทบทวนเรื่องราวอีกครั้ง บางสิ่งในวันนี้อาจมองเห็นต่างจากเมื่อหลายปีก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือความสงสัยและความอยากรู้ เพราะสำหรับผม การศึกษาพระเครื่องไม่ใช่เพียงการจดจำคำตอบ
ภาพด้านข้าง (ซ้ายและขวา) 

ภาพใต้ฐาน 
แต่คือการ สังเกต → ตั้งคำถาม → ค้นข้อมูล → วิเคราะห์ → เล่าเรื่อง → ดูผล → แล้วกลับมาปรับปรุงความเข้าใจของตัวเอง
นี่คือเสน่ห์ของการศึกษาพระจากองค์จริงครับ ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้ มีความสุขกับการศึกษา และสนุกกับการค้นหาคำตอบในแบบของตัวเองครับ 🙏
📖 เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ
เพราะพระทุกองค์ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา
— TeeRelic Siam
|
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น