ขุนแผนเคลือบ พิมพ์อกใหญ่ฐานเตี้ย เปิดคราบผิวและแผ่นทองเปลว…ในพิมพ์ อกใหญ่ฐานเตี้ย กรุวัดบ้านกลิ้ง

​“อธิบายตามจริง จากสิ่งที่เห็นจากองค์พระ เพราะพระบอกอะไรเราอยู่แล้ว”

มาดูด้านหน้ากันครับ


พระองค์นี้ฟอร์มสวย คือไม่มีหักหรือซ่อม ไม่มีรอยบิ่น รอยกระเทาะ และรอยกระแทกใด ๆ ถือว่าสมบูรณ์ดี

ลักษณะผิวเคลือบ

จะออกโทนสีเหลืองซีดในตำแหน่งนูนสูงหรือจุดสัมผัส แต่จะมองเห็นเป็นสีน้ำตาลส้มในจุดที่ต่ำลงไป ลักษณะการเคลือบจะเบาบาง ทำให้ผิวเคลือบมีสีที่อ่อนไม่เข้มข้น สวยวาวมากนัก

ลักษณะการแตกลายสังคโลกจะแตกหยาบ แต่ผิวไม่ปริอ้า

การปิดทองและคราบ

จากการสังเกต จะเห็นว่าเคลือบผิวแห้งดีแล้ว ค่อยทำการปิดทองภายหลัง ส่วนคราบไขสีขาวและไขสีน้ำตาลปกคลุมภายหลังอีกชั้น ก่อนที่คราบกรุจะปิดทับอีกชั้นสุดท้าย จึงทำให้เกิดความหนาแน่นหลายชั้น หลายมิติ

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เวลาล้างกรอคราบออก จึงทำให้แผ่นทองหลุดไปตามคราบเหล่านั้น เป็นที่น่าเสียดาย จึงหาดูองค์ปิดทองเต็มแผ่นได้ค่อนข้างยาก

ถ้าองค์ที่ติดคราบบาง ๆ จึงจะเห็นแผ่นทองเปลวติดเต็มแผ่น และแผ่นทองค่อนข้างใหญ่ ปิดเต็มองค์พระ ตั้งแต่พระเพรา จนถึงพระพักตร์เลยทีเดียว

ลักษณะสีของทองเปลวดูจากองค์จริง

สีจะคล้ายสีทองคำไต้หวัน สีทอง 99.99% ส่วนนี้ถ้าใครเคยเห็นสีทองคำไต้หวัน จะมองภาพออกได้อย่างลึกซึ้ง

แปลกแต่จริง…ผิวประกายรุ้ง

เมื่อถ่ายภาพจะมองไม่เห็นประกายรุ้ง แต่พอเอียงกระทบแสง สีรุ้งหรือคราบเหลือบรุ้งจะปรากฏให้เห็นแนบแน่นติดกับผิวพระอย่างสวยงาม

จุดนี้เป็นจุดสำคัญและเป็นจุดประทับใจในยามส่อง บ่งบอกถึงอายุของผิวเคลือบได้เป็นอย่างดี

พอผู้เขียนเอาพระสมเด็จและพระนางพญา ที่แกะจากกระเบื้องเคลือบขององค์พระปฐมเจดีย์ อายุ 155 ปี ยังใสกิ๊ก หาเหลือบรุ้งไม่เจอทั้งสององค์ นี่เป็นงานชิ้นต่อไปที่จะลงในบทต่อไป ถ้ามีเวลา

ความหนาบางของพิมพ์พระ





ต้องบอกว่าค่อนข้างบางมากและผิวแกร่ง ค่อนข้างมีน้ำหนัก พอลองเอาพระสององค์มากระทบกัน จะได้ยินเสียงที่แกร่ง คล้าย ๆ เสียงกระเบื้องเคลือบจริง ๆ

บางทีเสียงในหัวมันบอกว่า… นี่หรือเป็นที่มาของคำว่า “กระเบื้องเคลือบ” 😊

นี่แหละครับ เสน่ห์ของการศึกษาจากองค์จริง มันทำให้เราหายสงสัยในเรื่องต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องเชื่อใครง่าย ๆ เพราะองค์พระท่านบอกเราไว้หมดแล้ว เหลือแค่เราตั้งใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากองค์จริงก็พอแล้ว

ด้านหลัง


ก็เช่นเคยครับ ยอมแพ้ไปก่อนครับผม คราบเกาะแน่นเกินไป ไม่กล้าเสี่ยงกรอแทะคราบออก เก็บไว้แบบนี้ก่อนสบายใจดีครับ

จุดที่ทำให้สงสัย

พระบางขนาดนี้ ผู้สร้างได้มีความมั่นใจได้อย่างไร…???

ในตอนใช้มือกดลงแม่พิมพ์ ไม่กลัวพระจะแตกหรือชำรุดเลยหรือไร เมื่อตอนแกะพระออกจากแม่พิมพ์ ขนาดตัวผู้เขียนเองยังไม่กล้าจะแทะคราบกรุออกเลย เกรงว่าพระจะแตกหัก

ค่อย ๆ ศึกษาจากภาพองค์จริงไปพร้อม ๆ กันครับ ผมจะฟันธงอะไรมากไม่ได้ เพราะบางทีเดี๋ยวจะมีอะไรผุดออกมาจากเนื้อในอีก จะทำให้แปลกไปอีก

พระบางองค์ยังมีคราบผุดขึ้นมาตามซอก ไม่รู้ผิวจะระเบิดอีกหรือเปล่า ก็ต้องดูต่อไป

📖 เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ

เพราะพระทุกองค์ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา

— TeeRelic Siam

เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง
และประสบการณ์จากการสะสม


ความคิดเห็น