พระขุนแผนเคลือบกรุ วัดบ้านกลิ้ง {พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย} สภาพสมบูรณ์มาก
พระขุนแผนเคลือบกรุ วัดบ้านกลิ้ง พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย
เมื่อคราบกรุไม่ได้มีไว้เพียงบอกความเก่า แต่เป็นสิ่งที่ควรเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษา

พระขุนแผนเคลือบกรุ วัดบ้านกลิ้ง พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย องค์นี้ เป็นพระที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และยังมีคราบกรุเกาะติดอยู่บนองค์พระอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสภาพที่หาได้ไม่ง่ายนัก จึงอยากนำมาบันทึกไว้ให้ผู้สนใจได้ชมและศึกษา
องค์พระปิดทองมาแต่เดิมจากกรุ เมื่อมองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จะเห็นว่าคราบกรุที่ปรากฏอยู่บนองค์พระนั้นมีลักษณะเฉพาะตัว และทำให้ผิวของพระมีมิติที่น่าสนใจ
โดยทั่วไป เมื่อพระเครื่องแตกกรุออกมาใหม่ ๆ ผู้ครอบครองจำนวนไม่น้อยมักนำพระไปทำความสะอาด เพื่อล้างคราบต่าง ๆ ออก ก่อนจะนำไปเก็บรักษา อัดกรอบ หรือบูชา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน

แต่ผมกลับมองอีกมุมหนึ่งว่า…
ถ้าพระกรุถูกล้างคราบออกจนหมดทุกองค์ แล้วคนรุ่นหลังจะศึกษาคราบกรุที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกเก็บพระบางส่วนของกรุนี้ไว้โดยไม่ทำความสะอาดคราบออกทั้งหมด เพื่อเก็บไว้เป็นแนวทางสำหรับการศึกษาในอนาคต
เพราะคราบกรุของพระแต่ละกรุอาจมีลักษณะแตกต่างกัน และแม้แต่พระกรุเดียวกันก็อาจไม่ได้มีคราบเหมือนกันทุกองค์
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ สภาพแวดล้อมและตำแหน่งที่องค์พระถูกบรรจุอยู่
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ พระขุนแผนเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งมีสภาพแตกต่างจากองค์ที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในกรุ แม้จะเป็นพระพิมพ์เดียวกันก็ตาม
องค์ที่อยู่ภายในกรุบริเวณฐานชุกชีพระประธาน ผ่านสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและน้ำสะสมเป็นเวลานาน จึงอาจเกิดคราบและการเปลี่ยนแปลงของผิวแตกต่างจากองค์ที่เก็บซ่อนไว้บริเวณใต้หลังคาโบสถ์
พระที่ไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในกรุจึงอาจแลดูสะอาดและสวยงามกว่า ขณะที่องค์ที่อยู่ในกรุอาจมีคราบสะสม จุดสีเขียว หรือร่องรอยต่าง ๆ ที่ติดแนบกับผิวพระ
ตรงนี้ทำให้เห็นว่า
แม้จะเป็นพระพิมพ์เดียวกัน แต่สภาพแวดล้อมที่องค์พระเคยอยู่ก็สามารถทำให้ลักษณะของผิวและคราบแตกต่างกันได้
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับพระต่างกรุเท่านั้น
พระขุนแผนเคลือบกรุวัดบ้านกลิ้ง พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย อีกองค์หนึ่งที่ผมเคยศึกษา ก็มีคราบกรุที่ดูเก่าและแข็งแกร่งแตกต่างจากองค์แรก ทั้งที่เป็นพระพิมพ์เดียวกันและมาจากกรุเดียวกัน

คำอธิบายที่ผมบันทึกไว้ในเวลานั้นก็คือ
องค์พระทั้งสองอยู่ใต้ฐานชุกชีคนละตำแหน่งกัน จึงมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และทำให้คราบกรุที่เกิดขึ้นมีลักษณะไม่เหมือนกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมมองว่า การศึกษาพระกรุไม่ควรดูเพียงว่า “คราบเหมือนหรือไม่เหมือน” แต่ควรพิจารณาด้วยว่า องค์พระเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด
สำหรับองค์นี้ คราบกรุบริเวณด้านหน้ามีความแข็งและเกาะติดกับผิวค่อนข้างมาก
จากที่เคยทดลองทำความสะอาด ต้องใช้ปลายไม้แข็งค่อย ๆ แซะคราบ แต่ไม่สามารถนำออกได้ จึงต้องใช้ปลายโลหะขนาดเล็กช่วยอย่างระมัดระวัง
การทำเช่นนี้ต้องใจเย็นมาก เพราะหากพลาดไปโดนผิวพระโดยตรง ก็อาจทำให้เนื้อพระเสียหายได้
ประสบการณ์เล็ก ๆ จากองค์พระจริงเหล่านี้ ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่า
คราบกรุไม่ใช่เพียงสิ่งที่ทำให้พระดูเก่า

แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมและประวัติการเดินทางขององค์พระ และในบางกรณี สิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเพียง “คราบ” อาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับคนที่ต้องการศึกษาพระกรุในอนาคต
เพราะฉะนั้น พระบางองค์จึงควรเก็บสภาพคราบเดิมเอาไว้บ้าง
ไม่ใช่เพราะคราบทำให้พระดูเก่ากว่าเดิม
แต่เพราะ…
วันหนึ่ง คนรุ่นหลังอาจไม่มีโอกาสได้เห็นคราบกรุแบบนี้อีกแล้ว
👉👉👉หากสนใจชมอีกองค์ที่มีรายละเอียดน่าสนใจ สามารถอ่านต่อได้ที่:💎💎💎พระขุนแผนเคลือบ “พิมพ์อกใหญ่ฐานสูง”💎💎💎
💎 พระดี หยิบมาเล่า
TeeRelic Siam
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น