พระขุนแผนกรุ พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

พระขุนแผนกรุพระธาตุนาดูน เนื้อน้ำตาล

เมื่อธรรมชาติทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้บนองค์พระ


ด้านหน้าจะมีความตรึงเลียบกว่าด้านหลัง

พระขุนแผนกรุพระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม องค์นี้ เป็นพระเนื้อดินที่มีวรรณะออกไปทาง สีน้ำตาลนวล ๆ เนื้อโดยรวมดูแน่น แต่เมื่อส่องดูใกล้ ๆ กลับให้ความรู้สึกหนึกนุ่มตา เป็นลักษณะที่น่าสนใจของเนื้อพระกรุเก่าที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน

หากสังเกตบริเวณ ขอบพระ ให้ดี จะพบว่าขอบไม่ได้เรียบตรงเป็นเส้นเดียวกันตลอด แต่มีการยุบตัวและโย้ไปตามธรรมชาติขององค์พระ


ด้านหน้าของพระพิมพ์นี้ โดยภาพรวมจะดูเรียบตึงกว่าด้านหลัง แต่ก็ยังสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงบริเวณขอบได้อยู่บ้าง


ด้านหลังมีรอยยับย่น ขรุขระ เป็นหลุมบ่อ นี่คือ เอกลักษณ์ที่สำคัญ 


ด้านหลัง จุดที่น่าศึกษาอยู่ตรงไหน?

เมื่อพลิกมาดูด้านหลัง จะเห็นรายละเอียดที่แตกต่างจากด้านหน้าอย่างชัดเจน ทั้ง หลุม บ่อ รอยยับย่น และความขรุขระของพื้นผิว ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เกิดขึ้นอยู่บนเนื้อพระเอง

นอกจากนี้ยังพบเม็ดแร่เล็ก ๆ กระจายอยู่ประปราย และอีกจุดที่น่าสังเกตก็คือ การโย้ตัวของขอบพระ

พูดง่าย ๆ คือ ขอบขององค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่ได้ดูตรงทื่อเหมือนผ่านการทำให้เป็นรูปทรงอย่างสมบูรณ์ แต่จะมีการโย้ไปทางใดทางหนึ่งบ้างตามสภาพขององค์พระ

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าหยิบมาศึกษา เมื่อเราดูพระกรุจากองค์จริง

คราบสีขาวบนองค์พระ

อีกจุดหนึ่งที่พบเห็นได้ในพระพิมพ์นี้ คือ คราบสีขาวที่ติดอยู่ตามองค์พระ

จากข้อมูลที่เคยมีการกล่าวถึงกัน อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมใต้ดินที่องค์พระถูกฝังอยู่เป็นเวลานาน รวมถึงลักษณะของดินในพื้นที่ ซึ่งมีการกล่าวถึงทั้งดินเค็มและดินที่มีสภาพเป็นกรด

อย่างไรก็ตาม เรื่องคราบที่เกิดขึ้นบนองค์พระนั้น ในการศึกษาจากองค์จริงควรพิจารณาทั้งตำแหน่ง ลักษณะการเกาะตัว และความสัมพันธ์กับผิวเดิมของพระประกอบกัน ไม่ควรใช้เพียงสีของคราบเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว

ความแข็งแกร่งของเนื้อพระ

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของพระกรุพระธาตุนาดูน คือเรื่อง ความแข็งแกร่งของเนื้อพระ

มีคำบอกเล่าในวงการพระเครื่องรุ่นเก่าว่า พระเนื้อดินบางกรุมีความแข็งแกร่งมาก จนสามารถทนต่อการขีดหรือการเสียดสีได้เป็นอย่างดี และมักมีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับพระกรุสกุลลำพูน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแกร่งของเนื้อพระ

สำหรับพระกรุพระธาตุนาดูนเอง ก็มีคำบอกเล่าถึงความแข็งแกร่งของเนื้อดินในระดับที่น่าสนใจเช่นกัน ถึงขั้นมีการกล่าวกันว่า ใบเลื่อยตัดเหล็กสามารถถูกใช้งานจนฟันเลื่อยสึกหายไป ขณะที่เนื้อพระยังคงอยู่

เรื่องนี้ถือเป็นคำบอกเล่าที่น่าสนใจ แต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญกว่าการทดลองทำลายองค์พระ คือการกลับมาสังเกตว่า เหตุใดเนื้อพระจึงมีสภาพแข็งและแน่นเช่นนี้

อาจมีทั้งเรื่องขององค์ประกอบของเนื้อ แร่ธาตุ สภาพแวดล้อมใต้ดิน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเนื้อพระตามกาลเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง

เพราะฉะนั้น เวลาดูพระกรุเก่า ผมจึงชอบมองรายละเอียดหลายอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ ผิว ร่องรอย หลุมบ่อ ขอบพระ การยุบตัว และคราบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงรอยเล็ก ๆ บนองค์พระ
กลับเป็นจุดที่ทำให้เราเริ่มตั้งคำถาม และอยากศึกษาต่อได้อีกมาก

พระดี หยิบมาเล่า

— TeeRelic Siam
หยิบพระมาเล่า • ศึกษาจากองค์จริง

เรื่องราวของพระเครื่องไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ…
— TeeRelic Siam
เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง และประสบการณ์จากการสะสม



ความคิดเห็น