พระสมเด็จ กรุพระธาตุนาดูน องค์ปาฏิหาริย์ ฝังแร่โบราณแม่เหล็กดูดได้ [องค์คุณยาย]
ถ้ากล่าวถึงพระสมเด็จที่ทรงคุณค่าที่สุดและเป็นจอมแห่ง "จักรพรรดิ" พระเครื่องในยุคปัจจุบัน เป็นที่หนึ่งของพระเครื่องชุดเบญจภาคีย์ ก็ต้องยกให้พระสมเด็จ "วัดระฆัง โฆสิตาราม" แต่ถ้าจะกล่าวถึง พระสมเด็จที่เก่าแก่ และคลาสสิค พร้อมด้วยพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนตัวผมเอง ขอยกให้พระสมเด็จกรุ "พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม"
| พระสมเด็จกรุ พระธาตุ นาดูน ฝังแร่โบราณ (องค์คุณยาย) |
พระสมเด็จกรุพระธาตุนาดูน ฝังแร่โบราณ : พระหรือผีกันแน่?
ถ้ากล่าวถึงพระสมเด็จที่ทรงคุณค่าที่สุด และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดพระเครื่องแห่งยุคปัจจุบัน รวมถึงเป็นพระอันดับหนึ่งของพระเครื่องชุดเบญจภาคี ก็คงต้องยกให้ พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม
แต่ถ้าจะกล่าวถึงพระสมเด็จที่มีความเก่าแก่ มีเอกลักษณ์ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อในพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ สำหรับตัวผมเอง ขอยกให้ พระสมเด็จกรุพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
พระสมเด็จกรุพระธาตุนาดูน ฝังแร่โบราณ [องค์คุณยาย]
พระธาตุนาดูน เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีการค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าพันปี
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุนาดูน ผมได้รวบรวมรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในบทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สนใจสามารถศึกษาต่อได้
⸻
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
ก่อนที่ผมจะเริ่มสนใจพระเครื่องกรุพระธาตุนาดูน เรื่องราวทั้งหมดกลับเริ่มต้นจาก นายช่างผู้รับเหมาก่อสร้างคนหนึ่ง
วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังใช้กล้องส่องพระเครื่องตามปกติ ซึ่งเป็นกิจวัตรยามว่างที่ผมทำอยู่เสมอ นายช่างคนนี้เดินเข้ามาถามผมเกี่ยวกับพระเครื่องขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ปกติแล้วนายช่างไม่เคยถามผมเรื่องพระเครื่องเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่วันนั้นเขากลับถามผมด้วยความสงสัยว่า
“ตี๋ พระธาตุนาดูน เป็นพระหรือผีกันแน่?”
คำถามนี้ทำให้ผมเกิดความสนใจขึ้นมาทันที
พระธาตุนาดูนที่นายช่างพูดถึงในตอนนั้น คือพระเครื่องลักษณะหนึ่งที่มีองค์พระหลายองค์รวมกันอยู่ในแผ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “พระแผง”
พระแผงมีขนาดใหญ่กว่าพระเครื่องทั่วไป เมื่อต้องการนำมาห้อยคอจึงมักมีการแบ่งหรือตัดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้สามารถนำมาบูชาได้สะดวก
⸻
พระแผงที่แข็งจนเลื่อยแทบไม่เข้า
นายช่างเล่าให้ผมฟังว่า ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องพระเครื่องมากนัก แต่มีญาติอยู่จังหวัดมหาสารคาม และเคยได้ยินเรื่องพระแผงกรุพระธาตุนาดูนจากญาติ
ตามเรื่องเล่าที่เขาได้รับมา เชื่อกันว่าการนำพระแผงมาบูชา จะช่วยเสริมโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในการประกอบกิจการ
ด้วยความสนใจ นายช่างจึงขอแบ่งพระแผงจากญาติมาประมาณสองถึงสามชิ้น หากผมจำไม่ผิด
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ การแบ่งพระแผงออกเป็นชิ้น ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อุปกรณ์ที่ใช้ในครั้งนั้นคือ เลื่อยตัดเหล็ก
นายช่างเล่าว่าต้องใช้ใบเลื่อยถึงประมาณสี่ถึงห้าใบในการแบ่งพระแผง เพราะเนื้อพระมีความแข็งมาก เลื่อยจนฟันเลื่อยสึกหายไปหมด แต่ชิ้นส่วนขององค์พระขนาดเล็กก็ยังไม่หลุดออกจากกันโดยง่าย
กว่าจะสามารถแบ่งพระแผงออกมาได้ ต้องใช้เวลานานพอสมควร
แต่ด้วยความอยากได้พระมาไว้บูชา นายช่างก็อดทนรอจนในที่สุดก็ได้พระแผงจากจังหวัดมหาสารคามกลับมาไว้ที่บ้าน จังหวัดอุดรธานี
⸻
เหตุการณ์ในคืนแรก
หลังจากนำพระแผงกลับมาบูชาที่บ้าน เรื่องที่นายช่างเล่าให้ผมฟังก็เริ่มน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
ในคืนแรก ลูกชายของนายช่าง ซึ่งขณะนั้นมีอายุประมาณหนึ่งขวบกว่า ๆ ตื่นขึ้นมาร้องไห้ด้วยอาการตกใจโดยไม่ทราบสาเหตุ
เด็กร้องไห้จนพ่อกับแม่แทบไม่ได้นอน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ติดต่อกันหลายคืน ทั้งสองก็เริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
นายช่างเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายไม่เคยร้องไห้ในลักษณะนี้มาก่อน
เขาจึงเริ่มนึกถึงพระแผงที่เพิ่งนำกลับมาจากจังหวัดมหาสารคาม
สุดท้าย นายช่างจึงนำพระแผงเหล่านั้นลงจากหิ้ง แล้วนำออกไปไว้ด้านนอกบ้าน
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ตามคำบอกเล่าของนายช่างคือ ลูกชายหยุดร้องไห้และกลับมาเงียบตามปกติ
แต่เด็กน้อยยังคงเหลือบมองไปทางหิ้งพระอยู่เป็นระยะ
เหตุการณ์นี้เองจึงกลายเป็นที่มาของคำถามที่นายช่างถามผมในตอนแรกว่า
“พระธาตุนาดูน เป็นพระหรือผีกันแน่?”
⸻
แล้วสิ่งที่นายช่างเห็นคืออะไร?
สำหรับผมเอง ผมไม่ได้คิดว่าพระแผงเหล่านั้นเป็นผี
แต่จากเรื่องราวที่นายช่างเล่า ผมกลับนึกถึง “นางอัปสร” หรือ “นางอัปสรา” ซึ่งเป็นภาพสตรีในศิลปะโบราณที่มีความงดงาม
เหตุผลที่ผมนึกถึงนางอัปสร ก็เพราะนายช่างเคยเล่าให้ฟังว่า พี่สาวของเขาเคยบูชาพระกรุพระธาตุนาดูน พิมพ์นาคปรก
พี่สาวเคยเล่าว่า ในบางครั้งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีหรือแม้แต่เรื่องโชคลาภ มักจะเห็นภาพของนางอัปสรปรากฏขึ้นมาก่อนเสมอ คล้ายกับเป็นผู้ติดตามหรือคอยคุ้มครองอยู่
อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดนี้เป็น ประสบการณ์และความเชื่อส่วนบุคคล ผมจึงไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากสิ่งเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด
⸻
ภาพที่ทำให้ถึงกับร้องว่า “ใช่เลย!”
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ พี่สาวของนายช่างเองกลับไม่ได้รู้จักหรือศึกษานางอัปสรมาก่อน
ผมจึงถามนายช่างว่า
“พอจะมีภาพประกอบไหม ผมอยากรู้ว่าหน้าตาของนางเป็นอย่างไร?”
บังเอิญว่าในวันนั้นที่ร้านมีหนังสือ Spirit อยู่พอดี และภายในหนังสือมีภาพนางอัปสรที่ปั้นประดับอยู่บนผนังในประเทศกัมพูชา
เมื่อผมนำภาพนั้นให้นายช่างดู เขามองภาพอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาว่า
“โอเค…ใช่เลย”
เป็นคำตอบสั้น ๆ แต่กลับทำให้เรื่องราวทั้งหมดที่นายช่างเล่ามาน่าสนใจขึ้นอีกมาก
เพราะสิ่งที่เขาเคยได้ยินจากพี่สาว และภาพที่พี่สาวพยายามอธิบาย กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในหนังสือเล่มนั้น
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มสนใจ พระสมเด็จกรุพระธาตุนาดูน อย่างจริงจัง
เรื่องราวของพระกรุแห่งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของรูปแบบ ศิลปะ หรืออายุของพระเครื่องเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยพบเห็นและบูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและมุมมองของผู้คนที่มีต่อพระกรุแห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจ
เรื่องราวของพระเครื่อง
ไม่ได้จบที่ภาพเพียงหนึ่งภาพ
เพราะทุกองค์
ล้วนมีเรื่องราวให้เราได้ค้นหา
— TeeRelic Siam
เล่าเรื่องพระเครื่องจากข้อมูลจริง
และประสบการณ์จากการสะสม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น